TH | EN
พันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

บริษัทลงทุนใน บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าประเภทศูนย์การค้าแบบเปิดไลฟ์สไตล์มอลล์ในปี 2547 ด้วยรูปแบบศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดกลางใกล้กับแหล่งชุมชน เพื่อช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตไปควบคู่กันโดยมีโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์เป็นผู้เช่าหลักที่ช่วยดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ขณะที่สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ซึ่งอยู่ในช่วงของการขยายธุรกิจก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้เมเจอร์สามารถขยายสาขาได้ง่ายยิ่งขึ้นเช่นกัน ณ สิ้นปี 2559 บริษัทลงทุนในบมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ ด้วยสัดส่วนร้อยละ 24.89 ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมีอักษรย่อว่า SF

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 บริษัทได้ยื่นคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนของ บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“SF”) จำนวนไม่เกิน 428,346,412 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 24.11 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ ซึ่งบริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ บมจ. สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการลงทุนในกิจการ และเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของบริษัท อีกทั้งเป็นการขยายธุรกิจให้มีความหลากหลาย และเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับบริษัท ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจโรงภาพยนตร์ได้มากขึ้น และเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจของ บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ในอนาคต

กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์

ในเดือนมิถุนายน 2550 บริษัทได้จัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์ (MJLF) เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ จำนวน 2 โครงการคือ โครงการ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต และลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและพื้นที่บางส่วนของโครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ ซูซูกิ อเวนิวรัชโยธิน ลักษณะการถือกรรมสิทธิ์ของกองทุนรวมฯ คือ เช่าที่ดินและอาคาร รวมระบบสาธารณูปโภค โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เป็นผู้จัดการกองทุน รวมมูลค่า 2,300 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 33 ของกองทุนดังกล่าว ทั้งนี้กำไรที่ได้มาจากการขายกองทุน บริษัทได้นำไปลงทุนในสาขา Standalone แห่งใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ และศูนย์การค้าเมเจอร์อเวนิว รัชโยธินที่เข้าร่วมลงทุนร่วมกับ บมจ. สยามฟิวเจอร์สดีเวลอปเมนท์ บริษัทละร้อยละ 50 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์ (MJLF) เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดทางธุรกิจในธุรกิจโรงภาพยนตร์และธุรกิจเกี่ยวเนื่องโดยไม่ต้องเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นและมีทรัพย์สินอยู่ในครอบครองมากเกินไป กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไลฟ์สไตล์จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมีอักษรย่อว่า MJLF

บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด

ในเดือนมิถุนายน 2550 บริษัทได้เข้าลงทุนใน บจ. ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์.คอม ด้วยสัดส่วนร้อยละ 40 และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บจ. ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เพื่อช่วยขยายงานของบริษัทไปสู่ช่องทางการเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรชมการแสดงต่างๆ รวมถึงใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการใช้ช่องจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์เป็นช่องทางในการจำหน่ายบัตรชมการแสดงต่างๆ เช่นบัตรคอนเสิร์ต บัตรชมกีฬา และบัตรโดยสาร เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการใช้ช่องจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไทยทิคเก็ตเมเจอร์ยังช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในศูนย์การค้ามากขึ้นอีกด้วย

บริษัท พีวีอาร์ จำกัด

บจ. พีวีอาร์ เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอินเดียเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำรายหนึ่งของประเทศอินเดีย พีวีอาร์ เป็นผู้บุกเบิกการสร้างเครือข่ายโรงภาพยนตร์ในรูปแบบมัลติเพล็กซ์รายแรกในประเทศอินเดียตั้งแต่ปี 2540 ปัจจุบันเครือข่ายของพีวีอาร์ประกอบด้วย 569 โรงภาพยนตร์ 123 สาขา ในประเทศอินเดีย ณ สิ้นปี 2559 บริษัทถือหุ้นในพีวีอาร์ด้วยสัดส่วนร้อยละ 1.93 บจ. พีวีอาร์จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศอินเดียโดยมีอักษรย่อว่า PVRL

บริษัท พีวีอาร์บลูโอเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

บจ. พีวีอาร์บลูโอเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เป็นกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทกับ บจ. พีวีอาร์ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2551 เพื่อประกอบธุรกิจโบว์ลิ่งในประเทศอินเดียซึ่งเป็นธุรกิจเสริมที่ดีให้กับ บจ. พีวีอาร์ ไม่เพียงแค่เป็นผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์แต่ยังมีธุรกิจบันเทิงแนวไลฟ์สไตล์เสริมด้วยธุรกิจโบว์ลิ่งแนวบันเทิงนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในเมืองนิวเดลีซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาแรก พีวีอาร์บลูโอมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกมากในเมืองใหญ่ของประเทศอินเดีย การขยายฐานไปยังตลาดอินเดียถือเป็นโอกาสทองสำหรับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการเติบโตในต่างแดนในตลาดที่มีศักยภาพสูงและใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว ณ สิ้นปี 2559 บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49

บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด

บริษัทมีนโยบายการขยายสาขาโรงภาพยนตร์ไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ซึ่งประเทศแรกที่บริษัทเข้าไปลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์คือ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยบริษัทในนาม บริษัท เมเจอร์ โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (บริษัทย่อย) ได้ร่วมทุนกับบริษัท แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกัมพูชา จัดตั้ง บจ. เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 ขณะที่แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 30 เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เป็นโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส 7 โรง และโบว์ลิ่ง 13 เลน

บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (ลาว) จำกัด

บริษัท เมเจอร์ โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (บริษัทย่อย) ได้ร่วมทุนกับบริษัท แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ จำกัด เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ภายใต้แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ แพลตินัม” ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์จำนวน 5 โรง ที่ศูนย์การค้าเวียนเทียน เซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 และแพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 40

บริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (“CJM”)

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 บริษัทร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บริษัท ซีเจ อีแอนด์เอ็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ทำธุรกิจสื่อบันเทิงครบวงจร โดยเฉพาะด้านภาพยนตร์ ซีเจ อีแอนด์เอ็ม เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี การร่วมทุนครั้งนี้ภายใต้ชื่อ บริษัท ซีเจเมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ

บริษัทได้ถือหุ้นเป็นจำนวน 245 หุ้น มูลค่าเท่ากับ 2.45 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียน จากการประเมินอำนาจการควบคุมและผลตอบแทนเงินลงทุนใน บจ. ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กลุ่มกิจการจัดเงินลงทุนดังกล่าวเป็นบริษัทร่วมและบริษัทใช้วิธีส่วนได้เสียในการบันทึกเงินลงทุนในข้อมูลทางการเงินรวม และเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559 บจ. ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการออกหุ้นใหม่จำนวน 6,500 หุ้น ในราคาที่ตราไว้ 10,000 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้ลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนเดิมที่ร้อยละ 49 เป็นจำนวนเงิน 31.85 ล้านบาท ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “20 ใหม่ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น” ซึ่งเข้าฉายภายในเดือนธันวาคม 2559