TH | EN
การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อระบบ การควบคุมภายในและตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในระดับบริหารและระดับปฏิบัติการคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ในการจัดให้มีและรักษาไว้ซึ่งระบบการควบคุมภายใน และการประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทๆ รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนระบบการตัดสินใจการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ และการกำหนดวงเงินอนุมัติของฝ่ายบริหารในแต่ละระดับ ตลอดจนมีการกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติของพนักงานแต่ละสายงานไว้อย่างชัดเจนการกำหนดกรอบปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณ รวมถึงการมีมาตรการควบคุม และขั้นตอนในการทำรายการระหว่างกันของบริษัทกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และมีการใช้นโยบายบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปซึ่งผู้สอบบัญชีมีความเป็นอิสระในการแสดงความเห็นและการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ

การประเมินความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน

คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทประจำปี 2559 มีสาระสำคัญทั้ง 5 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 การควบคุมภายในองค์กร
ส่วนที่ 2 การประเมินความเสี่ยง
ส่วนที่ 3 การควบคุมการปฏิบัติงาน
ส่วนที่ 4 ระบบสารสนเทศ และการสื่อสารข้อมูล ส่วนที่ 5 ระบบการติดตาม

โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่สอบทาน ผลการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็น ต่อระบบควบคุมภายใน

การบริหารความเสี่ยง

บริษัทได้ประเมินและติดตามความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยจะวิเคราะห์เพื่อระบุปัจจัยทั้งภายนอกและ ภายใน และสัญญาณเตือนภัยต่างๆ รวมทั้งผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นกับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อที่บริษัทจะดำเนินการ จัดการและบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และมีการกำหนดมาตรการในการควบคุมความเสี่ยงด้านต่างๆ ตลอดจนกำหนดวิธีการในการตรวจติดตามเหตุการณ์ที่เป็น สาเหตุของปัจจัยความเสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงอันที่จะมี ผลกระทบกับบริษัท

บริษัทได้มีการจัดประชุมผู้บริหารเพื่อรายงาน ความคืบหน้าของปัญหา และการแก้ไขเป็นประจำทุกเดือน หรือตามกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และมีช่องทางต่างๆ ในการ สื่อสารและทำความเข้าใจกับพนักงานทุกคนในองค์กร เพื่อรับทราบและปฏิบัติตามมาตรการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการในการติดตาม เหตุการณ์และปัจจัยความเสี่ยงให้มีอย่างต่อเนื่อง รวมถึง การพิจารณาและประเมินความเสี่ยงที่ต้องดำเนินการแก้ไข ตามลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในการลด ความเสี่ยงเหล่านั้น เพื่อให้บริษัทดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ที่วางไว้บริษัทได้มีการติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ต่างๆ ว่าได้ปฏิบัติตามแผนการบริหารความเสี่ยงที่กำหนด ไว้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับ ความเสี่ยงในการติดตามการปฏิบัติงานโดยจะมีการรายงาน ต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททุกเดือน

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในโดยมีนายนิพนธ์ สุนทราจารย์ เป็นหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบควบคุมภายในของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่กำหนดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายใน นอกจากนี้ยังรวมถึงการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานต่างๆ ด้านการควบคุมภายในโดยมุ่งเน้นให้เกิดการควบคุมตนเอง (Self-Control)

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทได้กำหนดนโยบายในเรื่องจริยธรรม โดยที่ กรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของบริษัทจะต้องพึงปฏิบัติ ในการใช้ข้อมูลภายในที่มีสาระสำคัญของบริษัท ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นรวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทโดยมีวิธีการดูแล ผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้ประโยชน์ เพื่อส่วนตนหรือผู้อื่น ดังนี้

  1. ดำเนินการแจ้งให้ผู้บริหารฝ่ายต่างๆ เข้าใจถึง ภาระหน้าที่ในการรายงานการถือหลักทรัพย์ในบริษัทของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจน รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 และบทกำหนดโทษตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
  2. ดำเนินการส่งหนังสือเวียนแจ้งให้ผู้บริหารทราบว่าผู้บริหารที่ได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญ รวมถึงข้อมูลงบการเงินของบริษัทซึ่งมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ ควรหลีกเลี่ยงหรืองดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงระยะเวลา 1 เดือน และห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่นก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน ทั้งนี้บริษัทยังได้กำหนดโทษสำหรับกรณีที่มีการฝ่าฝืนในการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวไว้ในระเบียบของบริษัทโดยมีโทษตั้งแต่การตักเตือนด้วยวาจาจนถึงขั้นให้ออกจากงาน
  3. คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องรายงาน การถือครองหลักทรัพย์ตามกฎหมาย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท รวมถึงการ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้ส่วนเสียหรือการทำรายการ ระหว่างกันของกรรมการและผู้บริหารต่อเลขานุการบริษัท

ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีมีมติแต่งตั้งให้บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อยสำหรับปี 2559 ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบ ได้พิจารณาถึงภาระหน้าที่ในการสอบทานและตรวจสอบ งบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย เห็นควรกำหนดค่าสอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อยเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 7,270,000 บาท ทั้งนี้ บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีการใช้บริการอื่นจากผู้สอบบัญชี

ข้อมูลเปรียบเทียบค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีในปีที่ผ่านมา

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี ปี 2558 ปี 2559
1. ค่าสอบบัญชีของบริษัท 3,278,000 บาท 3,511,000 บาท
2. รวมค่าสอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย 6,917,000 บาท 7,270,000 บาท
3. ค่าบริการอื่นๆ - ไม่มี - - ไม่มี -